somchai1's blog
เพื่อเธอ
Submitted by somchai1 on Thu 07 Aug 2008 - 11:41ไม่ใช่ละคร แต่หมายถึงเพื่อเธอจริงๆ เธอในที่นี้คือสมหญิงทั้งหลาย
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมหญิงขาประจำที่น่ารักของเราหลายๆ คนในนี้นี่เอง
สมชายทั้งหลายคิดว่าเคยทำอะไร “เพื่อเธอ” แล้วภูมิใจมากๆ กันบ้างมั้ยครับ
สมัยรุ่นกระทง สมชายหนึ่งสามารถเปลี่ยนตัวเองจากมนุษย์ขี้เกียจมือวางอันดับต้นๆ ของโรงเรียน
มาเป็นเด็กชายรักสุขภาพ ตื่นแต่เช้าไปดักรอสาวหน้าบ้านเพื่อจะเดินไปโรงเรียนด้วยกัน
ลุกมาออกวิ่งตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้ทำฟอร์มไปผ่านบ้านที่อยู่ห่างไปหลายซอย
ทันเห็นสาวน้อยที่หมายปองตื่นมาแปรงฟันตรงระเบียง โบกมือให้
แล้วก็รีบวิ่งหนีก่อนจะโดนสาดน้ำ หรือขันปลิวมาพร้อมเสียงชื่นชมบรรพบุรุษ
ไม่ต้องนับเรื่องเทียวรับส่ง ทำรายงาน สอนการบ้าน ติวข้อสอบ อันนั้นมันธรรมดา
แต่พอมาเป็นหนุ่มใหญ่รุ่นกระทงใบตองเหี่ยว
สมชายหนึ่งชักรู้สึกกลับมาขี้เกียจอีกแล้ว
คงต้องหา “เธอ” ซักคนไว้เป็นจุดหมาย จะได้กลับไปมี “วีรกรรมทำเพื่อเธอ” อีกซักครั้ง
(อย่าเผลอไปสร้างวีรกรรมทำ “เพื่อน” เธอเข้าล่ะ)
จริงๆ แล้ว สิ่งที่ผมทำวันนี้ก็เพื่อเธอคนนี้เท่านั้นแหละ (เห็นบ่นประจำ) :-P
หรือว่าพวกเรามีมากเกินไป?
Submitted by somchai1 on Mon 14 Jul 2008 - 11:13เอาซะหน่อย เดี๋ยวจะโดนค่อนแคะ แถมมีสมหญิงบางคนเรียกร้อง เกิดกำลังใจฮึดเขียนขึ้นมาทันที :-P
จากชื่อเรื่อง ไม่่ได้หมายถึงพวกเราสมชายทั้งเก้าหรอกนะครับที่ว่ามีมากเกินไป
แต่หมายถึงสมชายทั้งประเทศ!
วันก่อนเห็นพรรคพวกบางคนส่งข่าวพาดหัวอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงมาก ว่า
"สธ.เผย ไทยมีหญิงมากกว่าชาย เกือบ 9 แสนคน"
มันช่างเป็นเรื่องน่ากลัวอย่างไม่น้อย ที่เรามีจำนวนน้อยกว่าสมหญิงมากมายถึงเพียงนี้
นั่นแปลว่าจะมีสมหญิงอีกเกือบหนึ่งล้านคนจะต้องย้ายนิวาสสถานไปอยู่หมู่บ้านคานทองนิเวศน์อย่างไม่มีทางเลือก
บอกตามตรงว่าผมรู้สึกเป็นห่วงมาก
นี่ยังไม่นับจำนวนสมชายที่ไม่แท้ทั้งหลายที่ "ปะปนอยู่ในหมู่พวกเรา" อันจะทำให้สมหญิงมีตัวเลือกน้อยลงไปอีกมาก
พวกเรามาคิดอ่านช่วยหาทางแก้ไขปัญหานี้ให้เหล่าสมหญิงกันเถอะครับ
ความง่วงในเวลางาน
Submitted by somchai1 on Wed 11 Jun 2008 - 15:43ช่วงนี้สมชายต้องมีภาระกิจทำงานจนมืดค่ำดึกดื่นเป็นประจำ
กว่าจะได้นอนก็เข้าวันใหม่ไปสองสามชั่วโมงแล้วนู่นแหละ
ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องต่อสู้กับอาการง่วงเหงาหาวนอนในตอนกลางวัน
แถมช่วงนี้มีบอลยูโรผสมโรงเข้ามาด้วย ทำให้ได้เห็นเหนุ่มๆ เพื่อนร่วมงานมีอาการกันถ้วนหน้า
โดยส่วนตัวแล้ว สมชายเชื่อว่าวิธีต่อสู้กับความง่วงที่ได้ผลที่สุดคือ "การนอน"
แต่เวลางานมันทำไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ในหลายๆ สถานที่
ยกเว้นที่ทำงานเก่า สมชายสามารถชิ่ง อู้ ไปหาที่นอนได้อย่างมืออาชีพ
ทีนี้เราก็จะได้เห็นเทคนิควิธีการอันหลากหลายถึงขั้นพิสดาร ในการต่อสู้กับความง่วง
เริ่มจากการนั่งสัปหงก นั่งหลับแบบเนียนๆ จนถึงลุกไปเดินเล่น หาอะไรใส่ปาก
ตั้งแต่ กาแฟ (ทั้งชงเอง และซื้อแก้วละไม่กี่สิบบาท จนถึงหลักร้อย)
ขนม จำได้ว่าตอนหนุ่มๆ เคยอ่านเจอว่าสิ่งที่ได้ผลที่สุดคือหมากฝรั่ง
หาเพื่อนคุย หลบไปงีบในห้องน้ำ (ถ้าเป็นสมัยเีรียนก็ต้องห้องพยาบาล)
แต่ที่น่าแปลกใจว่า สมชายแทบไม่เห็นสมหญิงนั่งสัปหงกตอนทำงานเลย
ถ้าสมหญิงอาการหนักจริงๆ ก็จะฟุบตัวไปกับโต๊ะ หลับมันดื้อๆ
ทำให้กลายเป็นดูน่าสงสารไปซะอีก
"โถ งานหนักเหรอ ไม่สบายรึเปล่า"
แต่ถ้าเราทำงั้นมั่ง ก็จะกลายเป็น
"เฮ้ย อะไรฟระ กลางคืนไม่ได้หลับได้นอนรึไง ไปทำอะไรมา!"
สมชายแต่ละคนมีเทคนิคอะไรกันบ้าง
แล้วเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมสมหญิงถึงนั่งตาแข็งอยู่ได้ตลอดช่วงบ่ายอันยาวนาน
นาย นาง นางสาว
Submitted by somchai1 on Thu 05 Jun 2008 - 10:29ว่าจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่เป็นสมชายใหม่ๆ แล้ว
ตอนนี้กำลังเข้ากระแส เพราะกฎหมายเปิดช่องให้สาวน้อยสาวใหญ่
ที่แต่งงานแล้ว แต่ไม่อยากใช้คำนำหน้าว่า "นาง" สามารถไปเปลี่ยนคำนำหน้า
กลับเป็น "นางสาว" ได้
บ้างก็ว่าเท่าเทียมกันดี บ้างก็ว่าวุ่นวาย เท่าที่ติดตามข่าวมา พบว่าส่วนมากเป็นหญิงม่าย
บางคนให้เหตุผลว่า ทำให้มีโอกาสในสังคมมากขึ้น ทั้งอาชีพการงานและการหาคู่ครองใหม่
ส่วนที่ไม่เห็นด้วย ก็ว่า "ไม่อยากใช้นางก็อย่ามีผัวแต่แรกสิ" อันนี้ดุเดือดไปนิด
บางคนบอกให้ผู้ชายใช้คำนำหน้าที่บอกสถานภาพสมรสบ้าง (นายหนุ่ม?)
แต่ผู้นำและผู้มีอำนาจในสังคม (ที่ยังเป็นชาย) คงไม่เห็นด้วย เลยไ่ม่มี "นายหนุ่ม" โผล่มาให้เห็น
ส่วนตัวไม่เห็นด้วยนัก กับการเปลี่ยนคำนำหน้าไปมา
แต่อยากเสนอให้ยกเลิก "นางสาว" ไปเลยดีกว่า ใช้ "นาง" เหมือนกันให้หมด
จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องความเท่าเทียมเหลื่อมล้ำ
ยังสงสัยว่าใครกันแน่ที่ทำให้ "นางสาว" มีโอกาสทางสังคมมากกว่า "นาง"
ผู้หญิงที่อยากเปลี่ยนกลับเป็น "นางสาว" ก็เพราะยอมรับเองว่า "นางสาว" มีโอกาสในสังคมดีกว่า
ผู้ชายบางคนก็มีทีท่าสนใจ "นางสาว" มากกว่า "นาง" (แหงสิ ใครจะสนใจคนมีลูกมีผัวแล้ว)
นี่ยังไม่นับเพศที่สามที่กำลังมีข้อเรียกร้องตามมาอีก
ทิ้งบอมบ์ไว้อย่างงี้แหละ...(จะโดนหาว่าเป็น "ทัศนคติอันตราย" รึเปล่าหว่า)
ของเล่น
Submitted by somchai1 on Sun 11 May 2008 - 23:43เด็กชายทุกคนมีของเล่น ผู้ชายโตแล้วก็ยังบ้าของเล่นเยอะแยะไป
ผมชอบคำฝรั่ง (จากบล็อก อ.รวิทัต) ที่เค้าว่า
"The difference between a man and a boy is a price of his toy"
แต่เดี๋ยวนี้ลูกเศรษฐีมันก็เล่นของแพงกว่าเราได้แฮะ
สมชายเคยไปด้อมๆ มองๆ กันดั้มกล่องละหมื่น (มีทอนสิบบาท)
แต่ใจไม่แข็งพอจะซื้อมา เพราะมันเกินคำว่าของเล่นแล้ว
สุดท้าย "ของเล่น" มันจะกลายเป็นคำเดียวกับ "ของโชว์" หรือ "ของสะสม" ไปซะ
เลยพยายามหาของที่มัน "เล่น" ได้จริงๆ อย่างช่วงที่ยังทำงานใหม่ๆ
ก็ยังเล่น "รถกระป๋อง" คือรถบังคับวิทยุคันเล็กๆ แพ็คเกจอยู่ในกระป๋อง คันละไม่กี่ร้อย
เดี๋ยวนี้เหลือแต่ซาก เพราะมัน "เล่น" จริงๆ
พวกของเล่นที่ทำรับกระแสหนังอย่าง Pirates of the Caribbean, Transformer
Spider-Man หรือล่าสุดอย่าง Iron Man, Speed Racer เค้าก็เข้าใจทำมาหลอกเอาเงิน
ได้ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต รวมถึงผู้ใหญ่หัวใจเด็กหลายๆ คน เพราะทำมาครบ
ทั้งเล่นได้ โชว์ก็ได้ สะสมก็ได้ ราคาก็มีไม่กี่ร้อยถึงหลายพันเหมือนกัน
น่าสงสารคนมีลูกแล้วลูกร้องจะเอา เทียบกับเราตอนเด็ก ร้องขอของเล่น 10 หน
ยังไม่แพงเท่าเด็กสมัยนี้ร้องขอหุ่นกันดั้มหนเดียวเลย
ทีนี้สาวๆ น่าจะเข้าใจแล้วนะ ว่าของเล่นมันเปลืองเงินขนาดไหน
แต่ก็อนุโลมบ้างเถอะ อย่ายึดเงินพวกเราไปเลย มันไม่ได้ไร้สาระซะทีเดียวหรอกน่ะ
(แต่ถ้าหนุ่มคนไหนมันเล่นตุ๊กตาผ้า แต่งตัวให้บาร์บี้ ก็ค่อยพิจารณาอีกที)
ไหนจะข้าวของเครื่องใช้แนว gadget ทั้งหลาย อย่าง กล้อง, เลนส์,เกม, ไอพอด ฯลฯ
สาวๆ ก็หาว่าเป็นของเล่นซะอีก เฮ้อ...
ว่าแต่...ใครมีของเล่น ของสะสมอะไรอยากจะอวดมั้ยครับ
ผู้ชายกับการ์ตูน
Submitted by somchai1 on Tue 06 May 2008 - 13:44เท่าที่สมชายหนึ่งเห็นชายหนุ่มอื่นๆ ทั้งหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่
99% ล้วนเป็นนักอ่านการ์ตูนตัวยง บางคนสะสมไว้เป็นตู้เป็นลัง
สมชายทุกคนย่อมเคยผ่านประสบการณ์เช่าการ์ตูนอ่านกันมาแล้ว
เมื่อก่อนการ์ตูนเล่มละ 5 บาท 10 บาท
เดี๋ยวนี้ 40 บาท 90 บาท 150 บาท!!!
สมชายหนึ่งนึกถึงสมัยเป็นเด็กหัวเกรียนต่างจังหวัด
เริ่มเข้าร้านเช่าการ์ตูนแบบต้องสมัครสมาชิกตั้งแต่นั้น
ยังจำได้แม้แต่กลิ่นและบรรยากาศในร้าน การ์ตูนเรื่องแรกที่เช่าอ่านคือ
"มือปราบรุ่นจิ๋ว" เพราะเพื่อนแนะนำ
ตั้งแต่นั้นก็อ่านเป็นงานอดิเรก เดี๋ยวนี้นอกจากการ์ตูนญี่ปุ่นแล้ว
ยังมีการ์ตูนจีน การ์ตูนฝรั่งให้เลือกอ่านกันจุใจ
สมชายอื่นๆ จำได้ไหมว่าการ์ตูนเรื่องแรกที่ซื้อหรือเช่ามาอ่านน่ะ
คือเรื่องอะไรกัน
เอาเงินเดือนมานี่
Submitted by somchai1 on Thu 01 May 2008 - 23:35เร็วๆ นี้สมชายได้มีโอกาสได้อยู่ท่ามกลางวงสนทนาของสาวๆ กลุ่มนึง
ก็ซุบซิบนินทากันไปตามธรรมชาติ แต่หัวข้อที่น่าสนใจคือ
80% ของสาวๆ เหล่านั้น ยึดรายได้ส่วนหนึ่งของแฟนหนุ่มไว้
ด้วยข้อหาว่า หนุ่มๆ เหล่านั้นไม่มีเงินเก็บ
"มีเงินก็เอาไปซื้อของเล่นไร้สาระหมด"
"ทำงานมาตั้งหลายปี ไม่มีเงินเก็บเลยซักแดง แย่ที่สุด"
"มีเท่าไหร่ก็เอาไปซื้อแผ่นดีวีดี กับเกมอยู่นั่นแหละ"
นี่คือหนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่คุณเธอต้อง "หักเงินเดือน" ของแฟนหนุ่มไว้
มีเหตุผลอื่นอีกไหม สาวๆ ถ้าอ่านถึงบรรทัดนี้ โปรดวานช่วยแถลงไข
สมชายไม่แน่ใจว่านี่คือคือ solution ที่ดีที่สุดรึเปล่า
แต่จากการที่ชายหนุ่มส่วนใหญ่ยอมให้แฟนสาวยึดเงินเดือนไป
มันต้องมีปัจจัยอะไรที่เป็นเช่นนั้น
หรือว่ามันเป็นสิ่งดีแล้ว เพราะหนุ่มหัวใจเด็ก รักสนุกซุกซนไม่ค่อยเก็บเงินกันจริงๆ
เค้าถึงยอมได้ มีเหตุผลอะไรอีกที่สาวๆ ช่วยเก็บเงินให้หนุ่ม
สมชายคิดไม่ออก นอกจากว่าสาวเจ้าคิดช่วยให้หนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ทั้งหลาย
สร้างเนื้อสร้างตัวแล้วจะได้แต่งงานอยู่กินกันซะที
สมชายทุกคนในที่นี้ล้วนยังโสด คงยังไม่พบปัญหา
แต่ใครคิดจะมีแฟนก็ตกลงกันให้ดีก็แล้วกัน
