somchai4's picture

สมชายจรดปลายเท้า

Tags

เวลาไปขึ้นรถเมล์หรือว่ารถไฟใต้ดินตามเมืองนอก ก็มักจะเจอข้อความว่า กรุณายกที่นั่งของท่าน หรือว่าที่นั่งตรงนี้กันไว้สำหรับคนชราและคนพิการ แน่นอนทั้งสมชายและสมหญิงก็ต้องยกที่นั่งดังกล่าวให้กับคนชราและคนพิการ

แต่ถ้ามาขึ้นรถเมล์เมืองไทย ก็ต้องสละที่นั่งให้เด็กสตรีและคนชรา แต่บนรถไฟฟ้านี่ จำได้ว่าไม่มีสตรี ? (ใครรู้ช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ) เพราะว่าสมหญิงที่ขึ้นรถไฟฟ้าเข้มแข็งอยู่แล้ว ? และจากการสังเกตก็ไม่ค่อยเห็นสมชายที่นั่งรถไฟฟ้าสละที่นั่งให้สมหญิงซะด้วยซิ ส่วนคนพิการนั้น โอกาสจะได้ขึ้นรถเมล์หรือว่ารถไฟฟ้านั้นคงยากเหลือเกิน เพราะสำหรับเมืองไทย คนพิการควรจะอยู่บ้านเฉย ๆ เท่านั้น

อย่างหนึ่งก็คือแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของเมืองนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเท่าเทียมกัน หรือว่ารถเมล์เมืองไทยมันขับโหดเกินไปจนสมหญิงทั้งหลายจะไม่ไหวเอา สิทธิของผู้พิการ และอื่น ๆ ประเด็นพวกนี้ไว้มาคุยวันหลังนะครับ เรื่องมันยาว

แต่ที่สงสัยคือ สมชายทั้งหลายสละที่นั่งให้เด็กสตรีและคนชรากันบ้างหรือเปล่าครับ

somchai8's picture

ส่วนที่ชอบมอง

Tags

ปกติผู้ชายทั่วๆ ไปเวลามองผู้หญิงจะมองหน้าอกเสียเป็นส่วนใหญ่ (สมหญิงทั้งหลายเค้ารู้ตัวนะครับ) แต่สมชายแปดชอบที่จะมองขาผู้หญิง

ที่ว่ามองขานี่คือไม่จำเป็นต้องใส่กระโปรงสั้นๆ ใส่กางเกงก็ชอบมอง คือชอบสมหญิงขายาวๆ นั่นเอง เพราะสเป็กของสมหญิงที่ชอบ คือสาวที่ขายาวๆ เรียวๆ หน่อย
ถึงกระนั้น บรรดาสมหญิงที่สมชายแปดจีบ (และแดกแห้ว) มาตลอดก็มีแค่ไม่กี่คนที่ตรงสเป็กนี้ (พูดง่ายๆ คือถูกใจตูจีบหมดแหละ)

ก็ต้องขออภัยสมหญิงด้วย ถ้าสมชายแปดเผลอมองแล้วให้จับได้ แหะๆ ปกติไม่มองแบบหื่นๆ นะ มองแบบทั่วๆ ไปนี่แหละ

somchai2's picture

ห้าวมั้ยเพ่...

ตอนสมชาย สมชาย เรียนอยู่มหาวิทยาลัย หอพักของคณะที่เราอยู่กันเนี่ย เป็นตึกสองตึกอยู่ข้างกัน มีห้องธุรการเป็นอาคารชั้นเดียว อยู่ตรงกลาง ระหว่างหอทั้งสองอาคาร เป็นที่ทำการของเจ้าหน้าที่หอ เป็นห้องรับแขก ห้องดูทีวี และอ่านหนังสือพิมพ์

เวลาเราจะเข้าหอ เราก็เดินเข้าทางนี้แหละ แล้วจึงเดินขึ้นบันไดด้านในสุด ของห้องธุรการ เพื่อแยกเข้าตึก ปีกซ้ายขวา
ตรงทางเข้าหน้าห้องธุรการ ก็มีอนุสาวรีย์ของท่าน ฮิปโปเครติส เป็นปูนปั้นสูงร่วมสองเมตร ไม่รู้ว่ามีมาตั้งแต่สมัยไหน
รู้แต่ว่ารุ่นพี่ที่เป็นอาจารย์ที่เคยอยู่หอนี้ ก็บอกว่าตอนอาจารย์เรียนอยู่สมัยปี 2522 มันก็มีอยู่แล้ว

และพวกเราก็รู้จักมันในชื่อ “ไอ้โท้ว” มาทุกยุคทุกสมัย

สมัยที่สมชาย สมชาย เรียนอยู่ที่นี่ พวกเรา ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ก็ตั้งวงกินเหล้าอยู่บนหลังคาห้องธุรการ ที่เป็นดาดฟ้าคอนกรีต
เวลาเมากันได้ที่ เราก็จะแข่งกันในการ “ฉี่” ลงมาจากหลังคา ว่าใครจะฉี่ลงมาโดนหัวไอ้โท้ว แม่นกว่ากัน

ในอีกบางที เราก็เอาเชือกผูกคอไอ้โท้ว แล้วแข่งกันว่าใครจะดึงให้มันล้มได้
ใครที่ดึงไม่ล้ม ก็มีหน้าที่ๆ ต้องช่วยกันยกมันกลับไปตั้งที่เดิม

ในอีกหลายครั้ง เราก็ช่วยกันแบกไอ้โท้ว ขึ้นรถกระบะ แล้วแห่กันรอบเมือง กลางดึก ทั้งเมาๆ กันอย่างนั้นแหละ
สมัยนั้นยังไม่มีการรณรงค์เรื่องเมาแล้วขับ และในตัวเมืองก็แทบไม่มีรถเลย บรรดาขี้เมาทั้งหลายก็เลยเอาชีวิตรอดกันมาได้

…ล่าสุดหลังจากไม่ได้ไปเยี่ยมซะนาน รุ่นน้องเล่าให้ฟังว่าไม่รู้ใครเป็นต้นคิดเอาสีไปทาไอ้โท้วซะชมพูสวยเชียว ตอนนี้ไอ้โท้วเลยมีฉายาว่า “ไอ้โท้ว คาลาไมน์”

อันนี้แค่วีรกรรมที่เกี่ยวกับไอ้โท้ว ยังไม่นับเรื่องอื่น (รูปปั้นฮิปโปเครติสนะนั่น ทำกับท่านซะ…)

สมชาย สมชาย ยังได้มีโอกาสได้ร่วมวงกับเพื่อนๆ ต่างคณะ บางครั้งก็ในมหาวิทยาลัย

ครั้งหนึ่งตั้งวงกันกลางวงเวียนหอนาฬิกาเลย พอเมาได้ที่ ก็ปีนหอนาฬิกากัน เพราะนาฬิกาแต่ละด้านมันไม่ตรงกัน กะว่าจะไปตั้งนาฬิกาให้ตรงซะหน่อย ยามต้องรีบวิ่งมาไล่กันให้วุ่น กลัวนักศึกษาขี้เมาจะตกหอนาฬิกาลงมาตาย

ธรรมดายามไม่ได้อยู่แถวนั้นหรอกครับ แต่พอดีก่อนหน้านั้น พอแก๊งค์ขี้เมา เริ่มได้ที่ ก็คิดว่าตัวเองเป็นตำรวจจราจร ยกขบวนกันไปโบกรถ อำนวยความสะดวกในการจราจร ทำให้รถติดกันยาว ยามเลยต้องมาจัดการระบายรถ แล้วก็ไม่ได้ไปไหน เฝ้าอยู่แถวนั้น

….พอได้มั้ยครับ

สมชายทั้งหลาย คงมีวีรกรรม วีรเวร ไม่น้อยไปกว่ากัน ลองเล่าแบ่งปันกันสักหน่อย

somchai5's picture

ถ่ายรูป

Tags

เจอจากบล็อกของคนอื่น โดนมากมาย

“ผู้หญิงจะคาดหวังเรื่องการถ่ายรูปต่างจากช่างภาพผู้ชาย เธอต้องการภาพของตัวเธอและหมู่คณะของเธอเป็นสำคัญ ส่วนฉากหลังเป็นแค่ตัวประกอบเพื่อเป็นพยานว่าเธอได้มาถึงที่นั่น การถ่ายเพียงภาพสถานที่โดยไม่มีตัวเธอเด่นอยู่ในภาพเป็นการกระทำที่เสีย ฟิล์ม เสียหน่วยความจำไปเปล่าๆ ภาพแบบนั้นเธอไปหาซื้อโปสการ์ดเอาก็ได้ ดังนั้นหากจะถ่ายภาพผู้หญิง เน้นการถ่ายภาพบุคคลไว้ครับ อย่าเน้นถ่ายภาพทิวทัศน์เป็นอันขาด”

somchai9's picture

กินจุกกินจิก

Tags

วันนี้มีเรื่องมา เล่าอีกเรื่องนั้นคือ นิสัยการกินของผู้หญิงที่สมชาย ๙ เจอบ่อย ๆ นั้นคือนิสัยกินจุกกินจิก สาวชอบที่จะทานขนมเป็นอย่างมาก และมักจะซื่้อทุกอย่างที่อยากทาน และส่วนมากจะทานไม่หมด และแล้วผลลัพธ์มักจะมาตกที่สมชาย ๙ ในการทำหน้าที่ย่อยสลายสิ่งเหล่านั้นให้หมด

นานวันเข้าสมชาย ๙ ชักอ้วนก็จะมีคำถามว่าทำไมปล่อยตัวอย่างนั้นละ ( ไม่อยากบอกเลย ก็เพราะต้องมาช่วยย่อยสลายอาหารเหล่านั้น) ส่วนสาว ๆ ก็ชอบบ่นว่าตัวเอง อ้วนเอาอ้วนเอา ทำไมลดน้ำหนักไม่ลงสักที (ก็แน่สิยะ เล่นกินแบบนั้น)

อันนี้ไม่เท่าไหร่ แต่เวลาไปร้านอาหาร สาว ๆ ที่ไปด้วยมักจะสั่งอาหารอย่างไม่บันยะบันยัง แบบอยากกินอะไรก็จะสั่งมาหมด เสร็จเอามากินทีละคำ สอง คำ แล้วบอกอิ่มแล้ว เสร็จสิครับ กรรมก็มาตกที่ผม กับคำพูดที่ว่า "ตัวเองช่วยหน่อย" โอ้วแม่เจ้าใครเค้าจะกินหมดละนั้น เยอะแยะไปหมด

อันนี้ยังมีพฤติกรรมหมูกะทะอีกแบบที่ตักมาเยอะ ๆ แล้วทานไม่หมด แล้วหน้าที่ในการย่อยสลายสิ่งนั้นให้หมด ก็ตกเป็นของสมชาย ๙ เช่นตามระเบียบ T_T

somchai2's picture

Home Sweet Home

Tags

สมชาย สมชาย เข้าห้องน้ำปฏิบัติภารกิจประจำวันในห้องน้ำ
หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว สมชาย สมชาย ก็หมุนลูกบิดประตูเปิดห้องน้ำ

แต่ว่า... เปิดไม่ออก!!
อ้าว.. ซวยแล้ว

......

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
อาการสลักไม่ปลดแบบนี้เคยเกิดแล้ว ที่ห้องน้ำชั้นล่าง
โชคดีที่ไม่มีใครติดอยู่ข้างใน
สมชาย สมชาย แกะลูกบิดออกแล้วก็ยังดึงสลักที่คาอยู่ไม่ออก

ลูกบิดประตูห้องน้ำหมุนได้ ปลดล็อคลูกบิดได้
แต่ตัวสลักล็อกของลูกบิดมันไม่ยอมถอยออกมาจากที่ขัดไว้กับกรอบวงกบประตู
ทำให้ประตูเปิดไม่ได้

คราวนั้นคุณพี่น้องชายกระโดดถีบประตูห้องน้ำสามสี่ที จนสลักหัก
ถึงเปิดประตูได้
(คุณพี่น้องชาย เป็นคำที่มิตจี้จ๋าเรียกน้องชาย ของสมชาย สมชาย)

......

แต่คราวนี้สมชาย สมชาย ดันติดอยู่ในห้องน้ำด้วยสิ
จะใช้วิธีถีบให้สลักหักเหมือนเดิมก็ไม่ได้
แล้วมันก็อยู่ตั้งชั้นสาม...

สมชาย สมชาย ก็เลยต้อง เลื้อยออกมาทางช่องระบายอากาศ
แบบ เอ่อ... ไม่มีอะไรติดตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
เพราะผ้าเช็ดตัว ก็พาดไว้ที่ราวหน้าห้องน้ำ - -"

โชคดีอยู่หน่อยที่เป็นเวลาค่ำๆ แล้ว เลยอาศัยความมืดพรางตัวมาได้
ไม่งั้นเพื่อนบ้านคงเป็นตากุ้งยิงกันเป็นแถวๆ

เลื้อยออกจากห้องน้ำ มาปีนเข้าหน้าต่างห้องเก็บของที่อยู่ติดกัน
โชคดีอีกชั้นหนึ่ง ที่ห้องนั้นเป็นห้องที่หน้าต่างล็อคไม่ได้
เพราะกลอนหน้าต่างมันใช้ไม่ได้มาตั้งแต่ซื้อบ้านแล้ว
(อ่านถึงตรงนี้ คงพอจะประเมินถึงคุณภาพบ้านของสมชาย สมชายได้)

พอเข้าห้องนั้นได้ ก็กลับเข้ามาในบ้านได้
แล้วก็ปฏิบัติการถีบประตู เลียนแบบคุณพี่น้องชาย

......

ด้วยความแข็งแรง สมชาย สมชาย ใช้เวลาถีบอยู่ครึ่งชั่วโมง
กว่าจะพังประตูได้

ตกลงคุณพี่น้องชายแข็งแรงผิดปกติ
หรือสมชาย สมชาย แข็งแรงน้อยกว่าปกติ ก็ไม่กล้าคิด

ตอนนี้ฝนตก ประตูบ้านสมชาย สมชาย ทุกบานบวมจนเปิดปิดลำบากหมดเลย
ยิ่งประตูหลังบ้านสมชาย สมชาย ที่ถูกฝนสาด ตอนนี้บวมจนปิดไม่ได้
พอออกแรงดึงลูกบิดหน่อย นอกจากจะปิดประตูได้ไม่สนิทแล้ว
ลูกบิดประตูยังหลุดเป็นชิ้นๆ ไปซะอย่างนั้น

..........

เอ่อ.... ใครอยากซื้อบ้านหลังนี้ต่อมั้ยครับ
สมชาย สมชายขายต่อไม่แพงหรอก?

somchai1's picture

ความง่วงในเวลางาน

Tags

ช่วงนี้สมชายต้องมีภาระกิจทำงานจนมืดค่ำดึกดื่นเป็นประจำ
กว่าจะได้นอนก็เข้าวันใหม่ไปสองสามชั่วโมงแล้วนู่นแหละ
ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องต่อสู้กับอาการง่วงเหงาหาวนอนในตอนกลางวัน
แถมช่วงนี้มีบอลยูโรผสมโรงเข้ามาด้วย ทำให้ได้เห็นเหนุ่มๆ เพื่อนร่วมงานมีอาการกันถ้วนหน้า

โดยส่วนตัวแล้ว สมชายเชื่อว่าวิธีต่อสู้กับความง่วงที่ได้ผลที่สุดคือ "การนอน"
แต่เวลางานมันทำไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ในหลายๆ สถานที่
ยกเว้นที่ทำงานเก่า สมชายสามารถชิ่ง อู้ ไปหาที่นอนได้อย่างมืออาชีพ

ทีนี้เราก็จะได้เห็นเทคนิควิธีการอันหลากหลายถึงขั้นพิสดาร ในการต่อสู้กับความง่วง
เริ่มจากการนั่งสัปหงก นั่งหลับแบบเนียนๆ จนถึงลุกไปเดินเล่น หาอะไรใส่ปาก
ตั้งแต่ กาแฟ (ทั้งชงเอง และซื้อแก้วละไม่กี่สิบบาท จนถึงหลักร้อย)
ขนม จำได้ว่าตอนหนุ่มๆ เคยอ่านเจอว่าสิ่งที่ได้ผลที่สุดคือหมากฝรั่ง
หาเพื่อนคุย หลบไปงีบในห้องน้ำ (ถ้าเป็นสมัยเีรียนก็ต้องห้องพยาบาล)

แต่ที่น่าแปลกใจว่า สมชายแทบไม่เห็นสมหญิงนั่งสัปหงกตอนทำงานเลย
ถ้าสมหญิงอาการหนักจริงๆ ก็จะฟุบตัวไปกับโต๊ะ หลับมันดื้อๆ
ทำให้กลายเป็นดูน่าสงสารไปซะอีก
"โถ งานหนักเหรอ ไม่สบายรึเปล่า"
แต่ถ้าเราทำงั้นมั่ง ก็จะกลายเป็น
"เฮ้ย อะไรฟระ กลางคืนไม่ได้หลับได้นอนรึไง ไปทำอะไรมา!"

สมชายแต่ละคนมีเทคนิคอะไรกันบ้าง
แล้วเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมสมหญิงถึงนั่งตาแข็งอยู่ได้ตลอดช่วงบ่ายอันยาวนาน

somchai1's picture

นาย นาง นางสาว

Tags

ว่าจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่เป็นสมชายใหม่ๆ แล้ว
ตอนนี้กำลังเข้ากระแส เพราะกฎหมายเปิดช่องให้สาวน้อยสาวใหญ่
ที่แต่งงานแล้ว แต่ไม่อยากใช้คำนำหน้าว่า "นาง" สามารถไปเปลี่ยนคำนำหน้า
กลับเป็น "นางสาว" ได้

บ้างก็ว่าเท่าเทียมกันดี บ้างก็ว่าวุ่นวาย เท่าที่ติดตามข่าวมา พบว่าส่วนมากเป็นหญิงม่าย
บางคนให้เหตุผลว่า ทำให้มีโอกาสในสังคมมากขึ้น ทั้งอาชีพการงานและการหาคู่ครองใหม่

ส่วนที่ไม่เห็นด้วย ก็ว่า "ไม่อยากใช้นางก็อย่ามีผัวแต่แรกสิ" อันนี้ดุเดือดไปนิด
บางคนบอกให้ผู้ชายใช้คำนำหน้าที่บอกสถานภาพสมรสบ้าง (นายหนุ่ม?)
แต่ผู้นำและผู้มีอำนาจในสังคม (ที่ยังเป็นชาย) คงไม่เห็นด้วย เลยไ่ม่มี "นายหนุ่ม" โผล่มาให้เห็น

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยนัก กับการเปลี่ยนคำนำหน้าไปมา
แต่อยากเสนอให้ยกเลิก "นางสาว" ไปเลยดีกว่า ใช้ "นาง" เหมือนกันให้หมด
จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องความเท่าเทียมเหลื่อมล้ำ
ยังสงสัยว่าใครกันแน่ที่ทำให้ "นางสาว" มีโอกาสทางสังคมมากกว่า "นาง"

ผู้หญิงที่อยากเปลี่ยนกลับเป็น "นางสาว" ก็เพราะยอมรับเองว่า "นางสาว" มีโอกาสในสังคมดีกว่า
ผู้ชายบางคนก็มีทีท่าสนใจ "นางสาว" มากกว่า "นาง" (แหงสิ ใครจะสนใจคนมีลูกมีผัวแล้ว)

นี่ยังไม่นับเพศที่สามที่กำลังมีข้อเรียกร้องตามมาอีก

ทิ้งบอมบ์ไว้อย่างงี้แหละ...(จะโดนหาว่าเป็น "ทัศนคติอันตราย" รึเปล่าหว่า)

somchai3's picture

เมา

Tags

เมา:
- ตรู๊ดๆ (เสียงโทรศัพท์) แฟนกรูโทรตามอีกล่ะ น่าเบื่อจริงๆ เลิกดีไหมเนี่ย
- เฮ๊ย วันนี้กรูจ่ายเอง เต็มที่ๆ

สร่าง:
- เอ่อ.. เมื่อวานพอดีออกไปหาลูกค้า แล้วลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านหน่ะจ๊ะ เลยไม่ได้รับ จุ๊บๆ
- เงินกรูหายไปไหนฟร่ะ!

ใครเป็นบ้าง!?

somchai8's picture

ไม่เท่าเทียม

Tags

นายสมชายแปลกเป็นผู้ชายธรรมดาๆ
เห็นผู้หญิงสวยๆ น่ารักก็ชมเป็นธรรมดา แต่ในสายตาของสมหญิงทั้งหลาย ทันทีที่สมชายแปลกชมใคร แสดงว่านายสมชายแม่งหื่น กาม XXX ทันที พอไม่ชม/เฉยๆ ก็ว่าตุ๊ด พอชมก็หื่นกาม ทั้งๆ ที่ไม่ได้คิดอะไร ส่วนสมหญิงชมใครจะเป็นการชื่มชมอย่างบริสุทธิใจ รักแท้

ในทางกลับกัน
ถ้าสมชายแปลกบ่นออกมาว่า "อยากมีเมีย" ทุกคนคงบอกใจเย็นๆ หาแฟนให้ได้ก่อน
ส่วนสมหญิงถ้าบ่นออกมาว่า "อยากมีผัว" ทุกคนคงด่าแน่นอน

Syndicate content